Website Demo

อิฐมวลเบา

อิฐมวลเบา คืออะไร

อิฐมลเบา เป็นอิฐที่ผลิตโดยผ่านกระบวนการอบไอน้ำ (AAC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากโซนยุโรป โดยอิฐมวลเบาจะมีคุณสมบัติกันความร้อน กันเสียง กันไฟ อีกทั้งยังได้มีการรองรับผ่าน มาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก.) ซึ่งส่วนประกอบของอิฐมวลเบาประกอบไปด้วย

  • ทรายบดละเอียด
  • ยิปซั่ม
  • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 1
  • ปูนขาว
  • ผงอะลูมิเนียม
  • น้ำสะอาด

ข้อดีของอิฐมวลเบา

  • กันเสียง ได้ถึง 35 STC จากคุณลักษณะของอิฐมวลเบา ที่มีรูพรุนอยู่ทั่วก้อน
  • ทนไฟได้มากถึง 4 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบสถาบันที่น่าเชื่อถือภายในประเทศ และการทดสอบที่ต่างประเทศ
  • ควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร โดยคนส่วนใหญ่ คิดว่าอิฐมวลเบาช่วยป้องกันความร้อน แต่แท้จริงแล้ว จากคุณลักษณะรูพรุนภายในอิฐมวลเบา ช่วยให้อากาศภายในอาคารไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากข้างนอกบ้านเย็น ภายในบ้านก็จะอุ่น หรือ ภายนอกบ้านร้อน บ้านก็จะเย็น
  • มีมาตรฐานการผลิตควบคุม ให้อิฐมวลเบา มีมิติ ทำให้การก่อผนังด้วยอิฐมวลเบา สามารถควบคุมแนวดิ่งได้ดี (ช่วยลดการแตกร้าว และการสิ้นเปลืองปูนฉาบ)
  • สามารถหาช่างมาก่อ ได้ง่ายกว่าอิฐมอญ
  • ตัดเจาะ  ตัดแต่งอิฐมวลเบา ได้ง่าย

ข้อเสียของอิฐมวลเบา

  • มีขั้นตอนการทำงานที่ ช่างต้องละเอียด และทำปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติตามโอกาส ผนังแตกร้าวมีสูง
  • อิฐค่อนข้างเปราะ หากเทียบความแข็งแรงกับ อิฐมอญ และอิฐมวลเบา
  • การเจาะยึด ต้องทำด้วยความระมัดระวัง และใช้พุ๊กอิฐมวลเบา เจาะไปตรงๆ ห้ามคว้าน หากทำงานไม่ละเอียด ทำให้การเจาะยึดเกิดปัญหาในอนาคตได้ง่าย

ข้อควรทราบที่สำคัญในการนำอิฐมวลเบาไปใช้งาน

  1. ก่อนทำการก่ออิฐมวลเบา ให้ทำการวัดแนวดิ่งให้เรียบร้อย หลังจากก่อก้อนแล้วให้วัดแนวดิ่งอีกครั้ง (จะทำให้การก่อชั้นถัดๆไป ตรง ผนังไม่เลื้อย)
  2. การก่ออิฐมวลเบา ต้องใช้เกรียงก่ออิฐมวลเบา เพราะการป้ายปูนก่อไปที่ผิวอิฐ เกิดความสม่ำเสมอ ต่อก่อผนังอิฐจะประสานกันอย่างดี ไม่มีแสงสว่างรอด (กรณีใช้เกรียงใบโพธิ์ อาจทำให้ปูนประสานกันไม่เต็มหน้าอิฐแต่ละก้อน ส่งผลให้ผนังร้าวในอนาคตได้)
  3. หลังจากก่อผนังเสร็จแล้ว ให้ทำการพรมน้ำ ให้ผนังชุ่มทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนทำการฉาบ (เนื่องจากอิฐมวลเบามีอัตราการดูดซึมน้ำที่เร็วมาก)
  4. การฉาบอิฐมวลเบา ต้องแบ่งฉาบ 2 รอบ รอบละประมาณ 8.0mm. / 2 รอบรวมกันไม่เกิน 15mm.
Scroll to Top